วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2555

การละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์

 
 
การละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ หมายถึงการกระทำที่เกี่ยวข้องกับการคัดลอกซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยมีหลายประเทศที่มีกฎหมายลิขสิทธิ์ที่มีกฎหมายบังคับ แต่ระดับการบังคับแตกต่างกันไป ระบบคอมพิวเตอร์ที่เก่าแก่ที่สุดในทุกวันนี้มีอายุราว 40 ปี ในด้านลิขสิทธิ์แล้วจะไม่หมดลิขสิทธิ์ไปจนราวปี ค.ศ. 2030 ในสหรัฐอเมริกาและยุโรป

 

 สาเหตุที่ทำให้ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์

  1. เนื่องจากของแท้มีราคาแพง และมีค่าใช้จ่ายสูง
  2. การละเมิดลิขสิทธิ์ทำได้ง่ายและรวดเร็ว
  3. ตัวสินค้าก็มีคุณภาพเทียบเท่าของจริง
  4. เป็นวัฒนธรรมในบางสังคม ซึ่งมีมาเป็นเวลายาวนาน เช่น การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีการแบ่งปันกันในสังคมมาโดยตลอด จึงทำให้ผู้ที่ได้ละเมิดลิขสิทธิ์ไม่คิดว่าตนเองได้กระทำความผิด
  5. กลไกในการบังคับใช้กฎหมายที่ยังไม่ค่อยมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร และการหาตัวผู้กระทำความผิดก็ทำได้ยากเช่นกัน[1]

 ประเภทของการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์

  1. การทำสำเนาโดยผู้ใช้งาน (Enduser Copy) คือ การทำสำเนาโดยผู้ใช้งาน การทำสำเนาแจกจ่ายระหว่างผู้ใช้งานแม้ว่าจะเป็นการทำสำเนาจากซอฟต์แวร์ต้นฉบับของแท้ ก็จัดว่าเป็นการละเมิดประเภทหนึ่ง เนื่องจากมีการติดตั้งซอฟต์แวร์ หรือการใช้งานซอฟต์แวร์มากกว่าจำนวนที่ได้รับสิทธิ การกระทำเช่นนี้มิเพียงแต่เสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีทางกฎหมายเท่านั้น หากแต่ยังเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของไวรัส และความเสียหายของข้อมูล ฯลฯ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายอันประเมินค่ามิได้ต่อธุรกิจของท่าน
  2. การติดตั้งซอฟต์แวร์ลงในฮาร์ดดิสก์ (Harddisk Loading) เช่น ทำหน้าที่เป็นผู้ติดตั้งซอฟต์แวร์ให้ โดยแนะนำให้ลูกค้าซื้อซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ โดยตนเองจะให้บริการติดตั้งเท่านั้น หรือ แนะนำให้ลูกค้ารับเครื่องเปล่าไปก่อน และส่งเจ้าหน้าที่ไปติดตั้งที่บ้านหรือที่ทำงานของลูกค้าภายหลัง
  3. การปลอมแปลงสินค้า (Counterfeiting)ผู้จำหน่ายซอฟต์แวร์บางรายถึงกับผลิต CD และคู่มือปลอมจำหน่าย โดยจัดทำบรรจุภัณฑ์เหมือนกับสินค้าจริงทุกประการ เพื่อเป็นการหลอกลวงให้ผู้ซื้อเข้าใจว่าได้สินค้าของแท้
  4. การละเมิดลิขสิทธิ์ Online (Internet Piracy) ลักษณะที่เกิดขึ้นมากในปัจจุบันคือการ Download ซอฟต์แวร์ผ่าน Internet โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ซอฟต์แวร์เหล่านี้ไม่ใช่ Shareware
  5. การขายหรือใช้ลิขสิทธิ์ผิดประเภท ในบางกรณีผู้ค้าซอฟต์แวร์จำหน่ายซอฟต์แวร์ผิดประเภทให้กับลูกค้า ทำให้ผู้ซื้อตกอยู่ในความเสี่ยงทางกฎหมายโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

 ผลกระทบ

เทคโนโลยีการแชร์ไฟล์แบบเพียร์ทูเพียร์ (Pear 2 Pear; P2P) เป็นเทคโนโลยีทีช่วยลดความรู้พื้นฐานที่จำเป็นต่อการรับข้อมูลเป็นจำนวนมาก มีเครือข่ายขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้ ในขณะเดียวกันเครือข่ายความรู้นี้ก็อาจเปลี่ยนไปเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ได้ ซึ่งยากต่อการตรวจสอบเนื่องจากผู้ใช้สามารถเปลียนชื่อไฟล์และเนื้อหาที่จะแชร์ได้
คุณภาพของฟรีแวร์ที่เพิ่มสูงขึ้นจนเป็นทางเลือกของผู้ใช้ได้ มีส่วนช่วยลดการใช้ซอฟต์แวร์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์เช่นกัน ผู้ผลิตซอฟต์แวร์บางรายมองว่า การทำสำเนาซอฟต์แวร์ของตนเพื่อเผยแพร่ แม้จะไม่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ก็ดีกว่าการไปซื้อซอฟต์แวร์หรือทำสำเนาของซอฟต์แวร์ที่เป็นคู่แข่งขันกัน ผู้บริหารของไมโครซอฟท์ เจฟ ไรค์ส์ กล่าวว่า "ถ้าพวกเขาอยากจะละเมิดลิขสิทธิ์ใครสักคน ขอให้ใครสักคนที่ว่านั้นเป็นเรา ไม่ใช่คนอื่น" นอกจากนี้เขายังกล่าวอีกว่า[2] "เราเข้าใจว่าในระยะยาว สิ่งพื้นฐานที่มีค่าที่สุดคือจำนวนผู้ใช้งานซอฟต์แวร์ของเรา สิ่งที่คุณคาดหวังว่าจะทำไปเรื่อย ๆ ระหว่างนี้คือการเปลี่ยนให้คนที่ใช้ของละเมิดใช้ของที่ถูกกฎหมายแทน"
จากการศึกษารวมกันเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ระหว่าง Business Software Alliance และ Software Publishers Association พบว่าความเสียหายเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ของทั้งโลกมากกว่า 13 ล้านเหรียญ ในปี 1995 และมีแนวโน้วว่าจะสูงขึ้นเรื่อยๆ[3]
กรณีศึกษาคดีละเมิดลิขสิทธิ์ Microsoft vs. Atec[4] เรื่องนี้เป็นคำพิพากษาฎีกาเมื่อปี 2543 ที่ผ่านมา เป็นคดีสำคัญที่ผู้ศึกษากฎหมายโดยทั่วไปส่วนมากจะรู้จัก โดยเฉพาะในวิชากฎหมายว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญาและกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ว่าด้วยพยานหลักฐาน คำพิพากษาฎีกาของจริงนี่จะยาวมากๆแต่ที่ยกมาจะอยู่ในรูปของการเล่าเรื่อง มากกว่า ไม่ใช่เป็นฎีกาโดยย่อแต่อย่างใด เพียงอยากให้รู้ว่าคดีนี้ที่มาที่ไปเป็นอย่างไร และผลของคำพิพากษาเป็นอย่างไร
จากข้อมูลที่ได้มามีคำพิพากษาของ สองศาลคือ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางและของศาลฎีกา ซึ่งแน่นอน ผลของคำพิากษาต่างกัน
เรื่อง ทรัพย์สินทางปัญญา ลิขสิทธิ์สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ ละเมิด[5] คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5305/2550 นายภิรมย์ ฟองทราย ที่ ๑ กับพวก ๒ คน โจทก์ นายประเวศ ประยุทธสินธุ์ ที่ ๑ กับพวก ๓ คน จำเลย
คดี STREAMCAST [6] หัวข้อที่สำคัญคือการพิสูจน์ว่าผู้ค้าส่งซอฟแวร์มีเจตนาที่จะส่งเสริมการละเมิดลิขสิทธิ์ ในคำวินิจฉัย ศาลฎีกากล่าวว่ามีพยานวัตถุว่า เครือข่าย Streamcast มีการจูงใจให้ประชาชนใช้ซอฟแวร์ของเขาไปในทางที่ผิดกฎหมายโดยการแชร์ไฟล์ที่มีลิขสิทธิ์ ศาลไม่ได้วินิจฉัยให้เครือข่าย Streamcast เป็นผู้ที่ต้องรับผิดหรือไม่ แต่พวกเขาเพียงสามารถอ้างความรับผิดได้เท่านั้น โดยหลักแล้วศาลกล่าวว่าไม่สามารถฟ้องบริษัทเทคโนโลยีได้ ถ้าเขาเพียงแต่ทราบว่าลูกค้าของเขาใช้สินค้าของเขาโดยเจตนาที่ผิดกฎหมาย คำวินิจฉัยหมายความว่าศาลสหรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมีอิสระในการตัดสินใจในแต่ละคดี ที่ก่อให้เกิดการส่งเสริมให้มีการละเมิดลิขสิทธิ์

 การป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์

การละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์มีผลเสียต่อผู้เผยแพร่ซอฟต์แวร์ ที่การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมสำหรับบริษัทที่ดำเนินการอย่างถูกต้อง และก่อให้เกิดความเสียหายกับตราสินค้า ผ่านทางการแจกจ่ายผลิตภัณฑ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน และทำให้ลูกค้าได้รับความเสี่ยงด้านไอที รวมถึงการละเมิดข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและการสูญเสียข้อมูล จึงมีการจัดตั้งกลุ่มพันธมิตรธุรกิจซอฟต์แวร์ (บีเอสเอ)
กลุ่มพันธมิตรธุรกิจซอฟต์แวร์ (Business Software Alliance : BSA) เป็นองค์ที่มุ่งสู่เป้าหมายของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ และพันธมิตรด้านฮาร์ดแวร์ เพื่อขจัดการกีดกันที่ไม่ใช่กำแพงภาษีในการเข้าสู่ตลาด การป้องกันการเกิดภาษีอินเทอร์เน็ตที่บิดเบือน หรือการสร้างความเข้มแข็งให้กับกฎหมายที่ลดการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์[7]
นอกจากนี้กลุ่มพันธมิตรธุรกิจซอฟต์แวร์(บีเอสเอ)ร่วมกับไอดีซีเผยผลการศึกษาการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ที่ได้ติดตามการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟตืแวรื กว่า 100 ประเทศทั่วโลก พบว่า จากปีพ.ศ. 2551 ถึง 2552 อัตราการติดตั้งซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์บนเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือเครื่องพีซีในประเทศไทยลดลง 1 จุด มาอยู่ที่ร้อยละ 75 การลดลงดังกล่าวดูเหมือนจะส่งสัญญาณยืนยันแนวโน้มที่ดีว่าอัตราการละเมิด ลิขสิทธิ์กำลังลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีพ.ศ. 2549 จากผลการศึกษายังมีการจัดอันดับประเทศที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ต่ำสุดและสูงสุดอีกด้วย คือ
สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และลักเซมเบิร์ก เป็นประเทศที่มีอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ต่ำที่ สุด (คิดเป็นร้อยละ 20 ร้อยละ 21 และร้อยละ 21 ตามลำดับ)
ประเทศที่มีอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์สูงที่สุด คือ จอร์เจีย ซิมบับเว และมอลโดวา (ทั้งหมดมีอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์สูงกว่าร้อยละ 90 )[8]
บีเอสเอร่วมฉลองวันทรัพย์สินทางปัญญาโลก เปิดตัววิดีโอนำเสนอปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์ที่นักพัฒนาซอฟต์แวร์เอเชียต้องเผชิญ[9]

 การละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในไทย

ไทยยังละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟแวร์ผอ.ฝ่ายปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ประจำภูมิภาคเอเชีย ระบุประเทศไทยอยู่ในอันดับ 4 ของประเทศในภูมิภาคเอเชีย ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ด้าน ผบก.ปศท. ประกาศเอาตำแหน่งเป็นเดิมพัน หาก 3 เดือน กวาดล้างการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ไม่ได้ผล[10]
พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร ผู้บังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี (ปศท.) แถลงข่าวร่วมกับกลุ่มพันธมิตรซอฟต์แวร์ โดยนายดรุณ ซอร์นีย์ ผู้อำนวยการฝ่ายปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ประจำภูมิภาคเอเชีย กล่าวว่า ประเทศไทยมีการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์สูงถึงร้อยละ 80 และเป็นอันดับ 4 ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยอันดับ 1 คือ เวียดนาม ตามด้วยอินโดนีเซีย และจีน นายอรุณ กล่าวด้วยว่า ในเครื่องคอมพิวเตอร์คนไทย 1 เครื่อง จะมีชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ถึงร้อยละ 80 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่อีก 3 ประเทศ กลับพบแนวโน้มที่ลดลง[11]

การละเมิดลิขสิทธิ์




การละเมิดลิขสิทธิ์


หมายถึง   การนำผลงานของผู้อื่นมาใช้ เผยแพร่ ดัดแปลง ทำซ้ำ โดยผู้เป็นเจ้าของผลงานไม่อนุญาตหรือไม่ได้รับทราบ ปกติแล้วผลงานใดๆ อาทิ สิ่งประดิษฐ์ วรรณกรรม ศิลปกรรม ฯลฯ เป็นกรรมสิทธิ์และลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์โดยปริยาย การนำผลงานมาใช้อาจมีเงื่อนไขบางประการเรียกว่าสัญญาอนุญาต ซึ่งกำหนดโดยเจ้าของผลงานหรือกำหนดตามกฎหมาย เมื่อไม่ทำตามเงื่อนไขจึงละเมิดลิขสิทธิ์[1]
สนธิสัญญาระหว่างประเทศที่มีจุดประสงค์มุ่งให้ความคุ้มครองในเรื่องลิขสิทธิ์ และป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ เช่น สนธิสัญญากรุงเบิร์น (Berne three-step test)[2] สนธิสัญญาลิขสิทธิ์ (WIPO Copyright Treaty) และสนธิสัญญาการแสดงและสิ่งบันทึกเสียง (WIPO Performances and Phonograms Treaty)[3]
นอกจากสนธิสัญญาแล้ว ยังมีองค์กรที่ให้การคุ้มครองเพื่อป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ เช่น องค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO)[4] และกรมทรัพย์สินทางปัญญา[5]

ลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์

ลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ คือลิขสิทธิ์ที่อนุญาตให้ใช้งานซอฟต์แวร์นั้นๆโดยชอบธรรมตามกฎหมาย โดยปกติแล้วซอฟต์แวร์ส่วนใหญ่ รวมถึงฟรีแวร์และโอเพนซอร์สนั้นมาพร้อมลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ซึ่งลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์นั้นไม่ได้หมายความว่าต้องเสียเงินเสมอไป แต่ใช้เพื่ออธิบายสิทธิของผู้ใช้ว่าได้รับการอนุญาตให้ทำอะไรบ้าง[1]
ลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์แบ่งออกได้เป็น 5 ประเภทตามลักษณะการคุ้มครอง ดังนี้
  • Ad ware คือ โปรแกรมที่ให้ใช้ฟรี แต่ก็มีการเก็บเงินบ้างเป็นบางครั้ง และ/หรือ มีการโฆษณาภายในโปรแกรม หรือเพิ่มโฆษณาในระหว่างการใช้เว็บเบราเซอร์[5] Ad ware มีการคุ้มครองจากลิขสิทธิ์อย่างเต็มที่เช่นกัน
  • Free ware คือ โปรแกรมที่ให้ใช้ฟรีโดยไม่มีการเสียค่าตอบแทนแต่อย่างใด และสามารถนำโปรแกรมประเภท Free ware ส่งต่อให้ผู้อื่นใช้ด้วยก็ได้ แต่ต้องไม่มีการนำโปรแกรมนั้นไปขาย[6] Free ware มีการคุ้มครองน้อย หรือมีการคุ้มครองเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น
  • Open source คือ โปรแกรมที่ทำออกมาให้ใช้ฟรี และผู้ใช้ยังสามารถร่วมกันพัฒนาโปรแกรมประเภท Open source ได้อีกด้วย โดยการเขียนโปรแกรมเพิ่มหรือแก้ไขโปรแกรมนั้น ๆ





  • การละเมิดลิขสิทธิ์
  • การละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์

    วันจันทร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2555

    Avast Antivirus ให้ใช้ฟรีๆ 1 ปีเต็ม

    Avast Antivirus ให้ใช้ฟรีๆ 1 ปีเต็ม


    เคยแนะนำโปรแกรม Antivirus ดีๆอย่าง AVG Antivirus ไปแล้ว ซึ่งหลายคนชอบใช้กันมาก เพราะมันดุเหลือเกิน เผลอๆจะดุกันเกินไปด้วย พวก Crack ที่มีในเครื่องหลายๆคนเลยโดนแด๊กเรียบ.. (ดีแล้วจะได้ใช้แต่ Freeware ไง) .. คราวนี้ก็ขอมาแนะนำโปรแกรม Antivirus ที่ดีๆอีกตัวนึงไม่แพ้ AVG เลย มันชื่อ Avast Antivirus ครับ

     

    โปรแกรม Avast Antivirus เป็นผลงานจากบริษัท ALWIL Software ซึ่งฟอร์มทีมขึ้นมาในปี 1991 เป็นทีมโปรแกรมเมอร์ชาว Czech ล้วนๆครับ โอ้ สังเกตมาหลายครั้งแล้วว่า โปรแกรมเมอร์ของทางฝั่งยุโรปตะวันออกเนี่ย จะมีความสามารถด้าน Security สูงเป็น พิเศษ เพราะว่าอย่าง AVG ก็มาจากประเทศ Czech , Kaspersky Antivirus ก็มาจากประเทศรัสเซีย
     
    สำหรับโปรแกรม Avast Antivirus ที่แจกฟรีจากทาง Anwil เป็นรุ่น Avast Antivirus Home Edition ครับ ซึ่งข้อกำหนดในการนำไปใช้ก็คือ ให้ใช้ได้ในบ้าน และห้ามใช้ในการค้านะครับ ว่าแล้วก็ไปดาวน์โหลด + Register กันเลย
     
    เปิดเว็บไปที่ http://www.avast.com เลื่อนไปที่ Product แล้วมองหา Avast Antivirus Home Edition ครับ
     
    ดาวน์โหลดมาโลด
     
    จากนั้นไปกรอกแบบฟอร์มลงทะเบียน ซึ่งใส่แค่ Email ของคุณเท่านั้นเองครับ ที่เหลือก็เป็นพวกแบบสอบถามนิดหน่อย
     
    ทาง Avast จะส่ง Registeration Code มาให้ทาง Email ก็ Copy เก็บเอาไว้ก่อนกลับมาติดตั้งโปรแกรม ไม่มีอะไรมากครับก็ Double Click แล้วก็ Next ไปเรื่อยๆ จากนั้นก็ Restart 1 ที เพื่อให้โปรแกรมทำงานในระบบให้เรียบร้อย
     
    หลังจากกลับมาที่ Windows แล้วเตรียม Register Key ให้พร้อม คลิกขวาที่ไอค่อนตัว A ด้านขวาล่าง เลือก About Avast
     
    คลิกที่ License Key แล้วกรอกเลขลงไป แค่นี้ก็เสร็จแล้วครับ
    ตัว Avast Home Edition ถึงจะเป็นของฟรี แต่จะไปดูถูกมันไม่ได้นะครับเนี่ย เพราะมันให้ความสามารถแจ๋วๆมาด้วยดังต่อไปนี้เลย
    • Anti Spyware + Anti Rootkit
    • WebShield : ป้องกันพวกไวรัสที่แฝงตัวมากับหน้าเว็บ
    • Virus Chest : เป็น Folder พิเศษ ไว้แยกไฟล์ที่ติดไวรัส แต่ยังแก้ไขไม่ได้ออกจากไฟล์ระบบปกติ เพื่อป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อไปอีก
    • Resident Shield : ป้องกันไวรัสแบบ Real Time
    • 64 bit Support : รองรับการนำไปใช้กับ Windows 64 Bit
    • P2P + IM : ป้องกันไวรัสที่มาทางเครือข่าย P2P (Kazaa , Bittorrent และอื่นๆ) + ป้องกันไวรัสที่แฝงมากับ IM (ไวรัส MSN และอื่นๆ)
    • Network Shield : ไว้ป้องกันพวก Worm หรือ การโจมตีที่ยิงมาทาง Network
    ความสามารถสุดติ่ง + ใช้ฟรีๆ + ตอนนี้ใช้งานบน Windows 7 ได้แล้ว ใครที่ใช้ Antivirus เถื่อนเช่น xxx32 หรือ xxxsky อะไรแบบนี้ก็ถอดออกแล้วมาใช้ Avast Home Edition เถอะคร้าบ
    รายละเอียดโปรแกรม
    ชื่อ : Avast Antivirus Home Edition
    โดย : ALWIL Software
    ขนาด : 32.8Mb
    ดาวน์โหลด : http://www.avast.com


    ที่มา  :  http://www.freeware.in.th/windows/938

    Baidu PC Faster โปรแกรมบำรุงรักษาเครื่องแบบครอบจักรวาล

    Baidu PC Faster โปรแกรมบำรุงรักษาเครื่องแบบครอบจักรวาล



    เมื่อวันที่ 26/07/2012 ทาง ไป่ตู้ ประเทศไทยที่เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้าน Internet จากประเทศจีน เชิญผมและสื่อมวลชนหลายท่าน ไปร่วมงานเปิดตัว โปรแกรมดูแลรักษาเครื่อง PC แบบครอบจักรวาลของ ไป่ตู้ชื่อ Baidu PC Faster มาครับ ผมเห็นว่า ความสามารถน่าสนใจมาก แถมเป็นฟรีแวร์ด้วย เลยต้องขอเอามาแนะนำหน่อยครับ

    มาทำความรู้จัก ‘ไป่ตู้’ กันก่อน นะครับ


    ไป่ตู้เป็น Search Engine ที่ให้บริการด้านภาษาจีนเป็นหลัก ก่อตั้งตอนปี 2000 โดย อาเฮีย Robin Li ซึ่งเบื้องหลังแกก็เป็นวิศวกรที่ศึกษาด้านของการทำ Search Engine มาก่อน แถมยังเป็นคนจดสิทธิบัตร เรื่อง Hyperlink Analysis เมื่อปี 1996 ด้วย ตอนนี้แทบจะกลายเป็น Hero สำหรับคนในวงการไอทีในประเทศจีนหลายๆคนด้วยกัน


    ปัจจุบัน ไป่ตู้เองก็มีสมาชิกของเว็บมากกว่า 400 ล้านราย เลยทำให้กลายเป็นเว็บภาษาจีนที่ใหญ่ที่สุดและมีเนื้อหามากสุด แถมยังเป็นบริษัทจีนบริษัทแรกที่เข้าจดทะเบียนในตลาด Nasdaq ในสหรัฐอเมริกา รวมไปถึงเป็นบริษัทด้าน Internet ที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลกอีกด้วย แถมยังมี Product อื่นๆที่นอกเหนือจาก Search Engine อีก 30 กว่าอย่าง เรียกได้ว่าเป็น Google หลังม่านกำแพงไฟของประเทศจีนก็ว่าได้ครับ
    หลังจากแนะนำเรื่องราวของบริษัท ไป่ตู้ เสร็จทางทีมงาน ไป่ตู้ ประเทศไทยก็นำเสนอการเปิดตัว โปรแกรมดูแล Windows แบบครอบจักรวาลภายใต้ชื่อ Baidu PC Faster ครับ

    หน้าตาของ Baidu PC Faster ดูแล้วใช้งานง่าย ไม่ค่อยซับซ้อย มีความสามารถหลักๆ 3 อย่างด้วยกัน โดยที่ตัวแรกคือ Anti Hacker ครับ

    ฟังดูเว่อร์หน่อย แต่ความสามารถนี้ก็คือ ตัว Baidu PC Faster จะทำการ Scan ช่องโหว่ของ Windows ที่เราใช้อยู่ จากนั้นก็จะตรวจสอบกับ Microsoft Server ว่าเรายังขาด Patch ตัวไหนบ้าง จากนั้นก็จะทำการติดตั้ง Patch ให้โดยอัตโนมัติครับ ซึ่งพวกช่องโหว่ในเครื่องที่ปล่อยให้พวก DDOS , Worm , Virus เจาะเข้ามาได้ ส่วนหนึ่งก็เพราะว่า เราไม่ได้รับ Patch ในการแก้ไขตัวปัญหาใน Windows นี้อย่างถูกต้อง รวมไปถึง บรรดา Windows เถื่อนทั้งหลายที่ไม่กล้าเข้าไปอัพเดทที่ Server ของ Microsoft ก็สามารถมารับ Patch ผ่านโปรแกรมนี้ได้นะครับ

    แถมยังมี Patch Manager เพื่อดูว่า เราติดตั้ง Patch อะไรลงไปบ้าง รวมไปถึงการตรวจสอบดูว่า Patch ตัวไหน หมดอายุไปแล้ว หรือ ไม่จำเป็นต้อง Update แล้ว

    ถัดมาคือความสามารถ Cleaner ครับ เป็นความสามารถในการลบไฟล์ขยะ , Registry เสียๆ หรือข้อมูลส่วนตัวที่อยู่ใน Cookie ของเครื่อง เพื่อให้เราไม่เสียพื่้นที่ของฮาร์ดดิสก์ไปกับไฟล์ขยะที่ Windows สร้างขึ้นมาครับ รวมไปถึง ลบไฟล์ข้อมูลส่วนตัวที่อยู่ใน Web Browser ทิ้งเพื่อไม่ให้ เว็บของพวก Hacker มาดักเอาข้อมูลส่วนตัวเช่น Email ของเราไปได้ครับ ซึ่งพวกเนื้อที่ๆพวกไฟล์ขยะพวกนี้มันดองเค็มอยู่ เผลอๆก็มี 1 – 2 GB เลยนะครับ

    ปิดท้ายด้วยความสามารถ Speed Up เป็นความสามารถที่จะทำให้เครื่องเราทำงาน เร็วขึ้น!! ด้วยการปิด Service ของ Windows ที่ไม่ได้ใช้ , ปรับแต่งโปรแกรมตอน Startup ให้รันแค่เท่าที่จำเป็นก็พอ แถมยังดูได้หมดทั้ง Startup items , Start up Services และพวก Schedule Task ต่างๆ ที่จะชอบแอบรันตอนเครื่องถึงเวลาการทำงานของมันครับ อารมณ์นี้ก็เหมือนกับ ถ้ากำลังเครื่องเรามีเท่าเดิม วิธ๊ที่ทำให้เร็วขึ้นก็คือ ลดปริมาณภาระงานที่ต้องทำอยู่ เครื่องก็จะเร็วขึ้นแล้วครับ ซึ่งเป็นวิธีการจูนเครื่องง่ายๆ ที่หลายคนทำไม่เป็นกันครับ เพราะว่า การไปยุ่งกับพวก Start up ของเครื่อง จะมีความเสี่ยงระดับนึงเลยทีเดียว
    ความสามารถของ Baidu PC Faster อาจจะซ้ำกับโปรแกรมหลายๆตัวที่ผมเคยนำเสนอใน Freeware.in.th แต่ คุณอาจจะต้องใช้งานหลายตัว ถึงจะทำความสามารถทั้งหมดให้ได้อย่างที่ Baidu PC Faster ทำนะครับ และสำหรับคนที่รู้สึกว่า แต่ละความสามารถมันดูยุ่งยากไป คุณก็สามารถกดปุ่ม Quick Care ทีเดียวเพื่อให้ Baidu PC Faster ทำทุกอย่างในครั้งเดียวเลยครับ

    เมื่อมันจัดการ Scan หาข้อผิดพลาดทั้งหมดในเครื่องเสร็จแล้ว ก็กด Fix All ก็จบข่าวครับ ทีนี้เครื่องคุณก็ผ่านการบำรุงรักษาแบบครบเครื่องได้แล้ว
    ซึ่งในอนาคต ทีมงานไป่ตู้ประเทศไทยก็แจ้งว่า จะมีการเพิ่มความสามารถต่างๆของ Baidu PC Faster ให้เก่งขึ้นไปอีก 4 ความสามารถครับ
    • System Repair : ซ่อมระบบหลังจากโดนไวรัสเล่นงาน
    • System Defence : ป้องกันเครื่องจากการโจมตีทาง Internet เช่นพวก Worm หรือ DDos
    • Plug-in Cleaner : ทำความสะอาดเบราเซอร์ให้เกลี้ยงจากพวก Plugin เพี้ยนๆ
    • Free Antivirus : ระบบ Antivirus แจกฟรี
    • เมนูไทย
     
    ตอนนี้เว็บภาษาไทยของ Baidu PC Faster ก็พร้อมแล้วครับ อยู่ที่ http://security.baidu.co.th/th/ใครใช้แล้วเห็นว่าดี หรือมี Feedback อะไรก็แจ้งไปยังทีมงานไป่ตู้ประเทศไทยได้ครับ เพราะทางนั้นเค้ายืนยันมาแล้วว่า Baidu PC Faster นั้น “Free Forever” ครับ

    ความรู้เรื่องลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์
    รายละเอียดโปรแกรม
    ชื่อ : Baidu PC Faster
    โดย : Baidu Inc.
    ขนาด : 18 MB
    Download : http://security.baidu.co.th/th/



    ที่มา : http://www.freeware.in.th/windows/4610

    Format Factory : แปลงไฟล์สารพัดประโยชน์

    Format Factory : แปลงไฟล์สารพัดประโยชน์




    เดี๋ยวน้ไม่ว่าใครๆก็ต้องมีอุปกรณ์ไอทีพกติดตัวกันคนละอย่างสองอย่างบ้างแหละ ไม่ว่าจะเป็น iPhone , iPod หรือ มือถือรุ่นอลังการ์ที่ใส่หน่วยความจำได้เยอะๆเพื่อที่เราจะโหลดหนังหรือเพลงของเราลงไปได้ ทีนี้พอแต่ละคนมีหนังที่อยากจะโยนลงไปในเจ้าอุปกรณ์ต่างๆเหล่านั้น เพื่อพกพาไปรับชมกันนอกสถานที่แล้ว เราจะแปลงหนังหรือเพลงเหล่านั้น ลงเครื่องของเราได้ยังไงล่ะ

    ก็ต้องใช้โปรแกรมแปลงไฟล์สิครับ แต่หลายๆคน อาจจะเลือกใช้โปรแกรมแปลงไฟล์ที่ผิดลิขสิทธิ์กันยกใหญ่ เช่น Procoder หรือ Total Video Converter กันก็ได้ ถอดๆออกไปเถอะคร้าบ ลด ละ เลิก ซอฟท์แวร์ผี แล้วหาดู ซอฟท์แวร์ฟรีมีให้โหลดดีกว่าครับ วันนี้ขอเสนอโปรแกรมแปลงไฟล์ฟรีๆ ดีๆ ที่ชื่อว่า FormatFactory

    เจ้า FormatFactory เนี่ย เกิดขึ้นจากฝีมือโปรแกรมเมอร์ชาวจีน ที่ชื่อ เชน จุน เฮา ซึ่งคุณสามารถดาวน์โหลดได้จาก http://www.formatoz.com โปรแกรมตัวนี้ขนาดเล็กน่ารัก เพียงแค่ 16.1 Mb เท่านั้นเอง แต่ความสามารถเหลือล้น ไม่เชื่อดูครับ


    - แปลงไฟล์ให้เป็นหมวดหนังได้แก่ MP4 / 3GP / MPG / AVI / WMV / FLV / SWF / VOB / MOV
    - แปลงไฟล์ให้เป็นหมวดเสียงได้แก่ MP3 / WMA / MMF / AMR / OGG / M4A / M4R / WAV / AAC
    - แปลงไฟล์ให้กลายเป็นหมวดภาพได้แก่ JPG / BMP / PNG / TIF / ICO / GIF / PCX
    - RIP หนังจากแผ่นหนัง , RIP เพลงจากแผ่น CD Audio ก็ได้
    - แปลงหนัง ทั้งแผ่นให้กลายเป็น .ISO ไฟล์ก็ได้
    - ลดขนาดไฟล์ .ISO ให้เล็กลงเหลือเป็นไฟล์ .CSO ก็ได้
    ถ้าเกิดความสามารถในการแปลงข้างบนยังดูงง อ่านแล้วดูไม่รู้เรื่อง มาดูกันว่ามันแปลงไฟล์แบบออโต้ลงอุปกรณ์อะไรได้บ้าง



    - แปลงให้กลายเป็น Format 3GP สำหรับ มือถือ Symbian เช่น Nokia , Sony Ericsson , Samsung
    - แปลงให้เล่นไฟล์บน iPod Video ได้
    - แปลงให้เล่นไฟล์บน iPhone ก็ได้
    - แปลงให้เล่นไฟล์บนเครื่อง PSP ก็ได้
    - แปลงให้ไปเล่นไฟล์บนเครื่อง Microsoft Zune ก็ได้ (ถามหน่อยเหอะ ใครมีมั่ง ไอ้เครื่องนี้อ่ะ)
    - แปลงไปเล่นไฟล์บน iRiver ของทางฝั่ง Creative ก็ได้
    - แปลงไปเล่นบน Meizu Mini Player ก็ได้ยัง
    - แถมยังแปลงลง BlackBerry ก็ยังได้เลย โอวว สุดยอด

    ความสามารถขนาดนี้ แล้วความเร็วล่ะขนาดไหน ผมลอง Encode ไฟล์หนังขนาด 350Mb ที่มีขนาด Full HD ให้มาเล่นบน iPhone ที่มีขนาดหน้าจอ 480 x 320 Bit Rate 768 ลดขนาดไฟล์มาได้เหลือ 50 Mb นิดๆ และใช้เวลาแปลงเพียง 5 นาที บนเครื่อง Core2Quad… อืมม ก็นับว่าเร็วใช้ได้ครับ

    วิเคราะห์ข้อดี
    - มีโหลดแปลงไฟล์ครบเครื่องหลากหลาย
    - แปลงเป็น M4A , M4R (ไฟล์เพลงและไฟล์ริงโทนของ Apple ได้)
    - แปลงเป็น AAC ได้
    - แปลงลงอุปกรณ์ได้ค่อนข้างหลากหลาย
    ชี้ข้อเสีย
    - ปรับแต่งไม่ค่อยจะได้ มายังไงไปอย่างงั้น
    - ทำ Multi Format ออกมาพร้อมกันไม่ได้ เช่นแปลงไฟล์หนังให้ออกมาเป็นหลายๆ Format ในครั้งเดียว