ปัญหา
โดยสมมติว่าคุณเป็นอธิการบดีของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเขตภาคเหนือตอนล่าง ได้รับรายงานสถานการณ์ว่าปัจจุบันมีนิสิตที่ตกค้าง ไม่จบการศึกษาภายในระยะเวลาที่กำหนดเป็นจำนวนเกินครึ่ง และมีนิสิตที่ลาออกระหว่างการเรียนประมาณ 10% ของจำนวนรับเข้า จากการสำรวจผลการประเมินการสอน พบว่ามีรายวิชาประมาณ 20% ที่ได้คะแนนประเมินน้อยกว่า 3.51 ส่วนยอดผู้เข้าเรียน ในการรับตรงมีผู้สละสิทธิ์ประมาณ 60% แต่ได้นำจำนวนที่ว่างไปรวมกับ Admission ทำให้ได้จำนวนผู้เข้าเรียนครบตามแผน ยกเว้นบางคณะหรือสาขาวิชาที่ได้จำนวนผู้เรียนน้อยกว่าที่วางแผนไว้
ระบุปัญหา
นักศึกษาไม่จบตามระยะเวลาที่กำหนด มีนักเรียนลาออกระหว่างเรียน และได้นักเรียนโตวต้าไม่ถึงเป้า
วิเคราะห์ปัญหา
เนื่องจากนิสิตปีหนึ่งส่วนใหญ่จะเจอปัญหาปรับตัวไม่ทันในการอยู่มหาลัยซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ลาออก
นิสิตที่ตกแผนการเรียนการสอนอาจจะเกิดจากตัวนิสิตเองที่ไม่แบ่งเวลาให้กับการเรียน มัวแต่เที่ยวเล่น
นิสิตอาจจะเรียนไม่ทันอาจารย์ ส่งผลให้เกิดความเครียด ทำให้นิสิตลาออกระหว่างเรียน
นโยบายในการแก้ปัญหา
-จัดกิจกรรมอยู่อย่างไรในรั้ว มน เป็นกิจกรรมที่เสนอวิธีปรับตัวให้อยู่ในมหาลัยอย่างมีความสุข
-จัดกิจกรรมพี่ติวน้อง เป็นกิจกรรมที่ให้พี่ติวน้องๆในแต่ละวิชาที่น้องไม่ได้ เพื่อให้น้องๆเข้าใจและยังสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องอีกด้วย
-จัดกิจกรรมแนะนำคณะ เป็นกิจกรรมที่บอกนิสิตเกี่ยวกับการเรียนการสอนของแต่ละคณะและยังลึกไปถึงสาขาที่น้องๆอยู่ว่าเรียนอะไรบ้างแล้วมีวิชาไหนที่ต่อกันบ้าง เพื่อให้น้องเข้าใจในการเรียนวิชาและการให้ความสำคัญในบางวิชา
-จัดโครงการแนะแนวน้องๆ มัธยมศึกษาปีที่ 6 ในช่วงเทอม1ทั่วภาคเหนือ เพื่อชักชวนให้น้องๆมีทางเลือกที่จะเข้ามหาวิทยาลัยนเรศวรมากขึ้น
วิเคราะห์ผลระทบของนโยบาย
-ทำให้นิสิตส่วนใหญ่ปรับตัวในการอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยได้เร็วขึ้น
-ทำให้นิสิตเข้าใจในแต่ละวิชาที่ติวได้มากขึ้น
-ทำให้นิสิตส่วนใหญ่เห็นแนวทางในการเรียนมากขึ้น
-ทำให้ได้น้องๆในรอบโควต้าเพิ่มขึ้น
วันอังคารที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2555
วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2555
Problem Solving Process
Problem Solving Process
กระบวนการในการแก้ปัญหาต่างๆมีขั้นตอนดังนี้นะคับ
1. Identify Problem (ระบุปัญหา)
2. Analyze Problem (วิเคราะห์ปัญหา)
3. Design/Explore Possible Solution(ออกแบบ หรือ ค้นหาแนวทางแก้ปัญหาที่เป็นไปได้)
4. Implementation / Action (ลงมือแก้ปัญหา)
5. Test / Check feedback (ตรวจสอบผล)
6. Maintainance (ดูแลรักษาระบบ)
Ex
1. ปัญหา ต้องการหาจำนวนครั้งที่น้อยที่สุดในการชั่งตาชั่งแบบสมดุลเพื่อแยกเหรียญ ปลอม 1 เหรียญ (ซึ่งเบากว่าเหรียญจริง)ออกจากเหรียญจริง โดยมีเหรียญปนกันทั้งหมด1000 เหรียญ
2. ทดลองกับเหรียญจำนวน 10 เหรียญก่อน เพื่อที่จะหาวิธีการ
input = จำนวนเหรียญ
output = จำนวนครั้งในการชั่ง
3. แบ่งเหรียญออกเป็น 3 กอง (A B C)เพื่อหาว่าเหรียญปลอมอยู่ในกองไหน โดย นำ A ไปเทียบกับ B
ถ้า A = B แสดงว่า เหรียญปลอมอยู่ใน C
ถ้า A != B แสดงว่า เหรียญปลอมอยู่ในA หรือ B โดยเหรียญปลอมจะอยู่ในกองที่เบากว่า
4. Implement
มีเหรียญ 10 เหรียญ x1, x2, ..., x10ให้ x7 เป็นเหรียญปลอม
ครั้งที่ 1
A=(x1,x2,x3) B=(x4,x5,x6) C=(x7,x8,x9,x10) ผล A = B ==> อยู่ใน C
ครั้งที่ 2
A=(X7) B=(X8) C=(X9,X10)ผล A < B => เหรียญปลอม คือ X7
อีกกรณีหนึ่ง ถ้ามี 3 เหรียญ จะชั่งแค่ครั้งเดียว
ถ้ามี 9 เหรียญ จะชั่ง แค่ 2 ครั้ง
สรุป จำนวนครั้งในการชั่ง = nหาได้จาก 3^n >= จำนวนเหรียญทั้งหมด
ดังนั้น ถ้ามีเหรียญ 1000 เหรียญ จะต้องชั่งอย่างน้อย 7 ครั้ง จึงจะพบเหรียญปลอมได้อย่างแน่นอน
กระบวนการในการแก้ปัญหาต่างๆมีขั้นตอนดังนี้นะคับ
1. Identify Problem (ระบุปัญหา)
2. Analyze Problem (วิเคราะห์ปัญหา)
3. Design/Explore Possible Solution(ออกแบบ หรือ ค้นหาแนวทางแก้ปัญหาที่เป็นไปได้)
4. Implementation / Action (ลงมือแก้ปัญหา)
5. Test / Check feedback (ตรวจสอบผล)
6. Maintainance (ดูแลรักษาระบบ)
Ex
1. ปัญหา ต้องการหาจำนวนครั้งที่น้อยที่สุดในการชั่งตาชั่งแบบสมดุลเพื่อแยกเหรียญ ปลอม 1 เหรียญ (ซึ่งเบากว่าเหรียญจริง)ออกจากเหรียญจริง โดยมีเหรียญปนกันทั้งหมด1000 เหรียญ
2. ทดลองกับเหรียญจำนวน 10 เหรียญก่อน เพื่อที่จะหาวิธีการ
input = จำนวนเหรียญ
output = จำนวนครั้งในการชั่ง
3. แบ่งเหรียญออกเป็น 3 กอง (A B C)เพื่อหาว่าเหรียญปลอมอยู่ในกองไหน โดย นำ A ไปเทียบกับ B
ถ้า A = B แสดงว่า เหรียญปลอมอยู่ใน C
ถ้า A != B แสดงว่า เหรียญปลอมอยู่ในA หรือ B โดยเหรียญปลอมจะอยู่ในกองที่เบากว่า
4. Implement
มีเหรียญ 10 เหรียญ x1, x2, ..., x10ให้ x7 เป็นเหรียญปลอม
ครั้งที่ 1
A=(x1,x2,x3) B=(x4,x5,x6) C=(x7,x8,x9,x10) ผล A = B ==> อยู่ใน C
ครั้งที่ 2
A=(X7) B=(X8) C=(X9,X10)ผล A < B => เหรียญปลอม คือ X7
อีกกรณีหนึ่ง ถ้ามี 3 เหรียญ จะชั่งแค่ครั้งเดียว
ถ้ามี 9 เหรียญ จะชั่ง แค่ 2 ครั้ง
สรุป จำนวนครั้งในการชั่ง = nหาได้จาก 3^n >= จำนวนเหรียญทั้งหมด
ดังนั้น ถ้ามีเหรียญ 1000 เหรียญ จะต้องชั่งอย่างน้อย 7 ครั้ง จึงจะพบเหรียญปลอมได้อย่างแน่นอน
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)